กรุ๊ปเลือด B เสี่ยงเป็นเบาหวานสูงกว่า 28% จริงหรือไม่? : เช็กข่าวชัวร์

ตรวจสอบข้อเท็จจริง ข่าว “กรุ๊ปเลือด B เสี่ยงเป็นเบาหวานสูงกว่า 28%” จริงหรือไม่?
ในช่วงที่ผ่านมา มีการแชร์ข้อมูลในโลกออนไลน์เกี่ยวกับ “กรุ๊ปเลือด B เสี่ยงเป็นโรคเบาหวานมากกว่าคนอื่นถึง 28%” โดยอ้างอิงงานวิจัยทางการแพทย์ จนทำให้หลายคนเกิดความกังวลและตั้งคำถามว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริงหรือเป็นข่าวปลอม (Fake News)
กองบรรณาธิการ Sanook News ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลทางวิชาการแล้ว พบว่าข้อมูลดังกล่าวมีที่มาจากงานวิจัยจริง แต่มีการนำไปสื่อสาร “เกินบริบท” จนอาจทำให้เข้าใจผิดได้
คำถาม
จริงหรือไม่ที่ “ผู้ที่มีกรุ๊ปเลือด B มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 สูงกว่าคนกรุ๊ปเลือดอื่นถึง 28%” และหมายความว่าคนกรุ๊ปเลือด B มีโอกาสป่วยสูงอย่างมีนัยสำคัญ?
การตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลดังกล่าวอ้างอิงจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์ ซึ่งมีการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างกรุ๊ปเลือดกับโรคต่าง ๆ รวมถึงโรคเบาหวานชนิดที่ 2
ผลการศึกษาระบุว่า กลุ่มตัวอย่างที่มีกรุ๊ปเลือด B มี “ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น” ประมาณ 28% เมื่อเทียบกับกรุ๊ปเลือดอื่น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียง “ความเสี่ยงเชิงสถิติ” ไม่ได้หมายความว่าคนกรุ๊ปเลือด B จะต้องเป็นโรคนี้แน่นอน
ที่สำคัญ งานวิจัยเดียวกันยังย้ำว่า ปัจจัยด้านพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย และน้ำหนักตัว มีผลต่อความเสี่ยงของโรคเบาหวานมากกว่ากรุ๊ปเลือดอย่างมีนัยสำคัญ
ตัวอย่างเช่น การบริโภคเนื้อแปรรูปเพียงวันละ 50 กรัม สามารถเพิ่มความเสี่ยงได้มากถึง 37% และการไม่ออกกำลังกายอาจเพิ่มความเสี่ยงได้มากกว่า 100% ซึ่งสูงกว่าปัจจัยกรุ๊ปเลือดอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ ยังไม่มีหน่วยงานสาธารณสุขใดออกประกาศให้ใช้ “กรุ๊ปเลือด” เป็นตัวชี้วัดหลักในการประเมินความเสี่ยงโรคเบาหวาน การวินิจฉัยยังคงอิงจากระดับน้ำตาลในเลือดและปัจจัยสุขภาพโดยรวม
ข้อเท็จจริง
ข้อมูลที่ว่า “กรุ๊ปเลือด B เสี่ยงเบาหวานสูงกว่า 28%” เป็นข้อมูลที่มีเค้างานวิจัยจริง แต่ถูกนำเสนอเกินบริบท และไม่สามารถสรุปได้ว่าคนกรุ๊ปเลือด B จะป่วยง่ายกว่าคนอื่นอย่างมีนัยสำคัญ จึงไม่ควรตีความว่าเป็นข้อเท็จจริงแบบเหมารวม
- รู้ไว้ดีกว่า! วิจัยใหม่เผย "กรุ๊ปเลือดนี้" เสี่ยงมะเร็งลำไส้ สูงกว่าเพื่อน 3 เท่า คนไทยมีไม่น้อย
- ทารกที่เกิดจากพ่อแม่ "กรุ๊ปเลือดนี้" วิจัยยืนยัน จะมี IQ โดยกำเนิด "สูงกว่า" เพื่อนร่วมรุ่น!

อ้างอิง
- บทความวิจัยจากวารสาร BMC Medicine
- รายงานสรุปงานวิจัยด้านกรุ๊ปเลือดและความเสี่ยงโรค
- คำชี้แจงกองบรรณาธิการ Sanook News
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี